เพลิงปริศนาลุกไหม้โกดังเก็บจักรยานใต้หวัน คาดเสียหายกว่า 5 หมื่นคัน

เพลิงปริศนาลุกไหม้โกดังเก็บจักรยานใต้หวัน คาดเสียหายกว่า 5 หมื่นคัน

เพลิงปริศนา ลุกไหม้โกดังเก็บจักรยานชาวใต้หวัน คาดเสียหายกว่า 5 หมื่นคัน

วันที่ 2 ธ.ค.60 เวลา 00.30 น. ร.ต.ท.วัลลภ ตันอึ้ง หัวหน้าสายตรวจประจำตู้ยามตำบลท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโกดังเก็บสินค้าของบริษัททินเป่า อินดัสเตลียล จำกัด ผู้ผลิต “มาย จักรยาน” ตั้งอยู่ริมถนนสายทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง เลขที่ 6/14 ม.6 ต.ท่าข้าม จากนายนัทธ ปานอ้น อายุ 49 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 78/9 ม.1 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย จึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบยังในที่เกิดเหตุ พร้อมวิทยุแจ้งผู้บังคับบัญชาและขอกำลังเสริมไปยังเจ้าหน้าที่รถน้ำดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ

รถดับเพลิงจำนวนมากพยายามระดมช่วยกันฉีดน้ำควบคุมเพลิง แต่ไม่สามารถทำการดับได้ทัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่ปลูกสร้างเป็นลักษณะของโกดังกึ่งสำนักงานแบบสองชั้น เทพื้นคอนกรีตโครงสร้างเป็นโลหะ ฝาผนังบุด้วยแผ่นเมทัลชีท ขนาดกว้าง 63 เมตร ยาว 84 เมตร หัวมุมชั้นบนทางทิศเหนือกั้นแบ่งเป็นตัวสำนักงาน (ออฟฟิศ) ส่วนพื้นที่ที่เหลือและบริเวณชั้นล่างทั้งหมดถูกใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จักรยานที่ประกอบเสร็จแล้วและชิ้นส่วนอะไหล่จำนวนมาก ถูกนำเข้ามาเก็บอัดแน่นเรียงเป็นชั้นเอาไว้จนเต็มอาคาร

หลัง ร.ต.ท.นชพล สังขวิไล รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตต์ฐากรณ์ สวป. เดินทางมาถึงจึงได้ทำการสอบสวนจนทราบว่า ขณะเกิดเหตุมี นายนัทธ ซึ่งเป็น รปภ.ที่มาเฝ้าประจำในช่วงกะกลางคืนยังภายในโกดังแห่งนี้ พร้อมด้วยบุตรชายวัย 16 ปี จำนวน 2 คน โดยทั้งคู่ให้การว่ากำลังนอนอยู่ภายในห้องนอนทางด้านทิศเหนือของตัวอาคาร

จากนั้นจึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงดังของเหตุเพลิงไหม้ ที่เกิดขึ้นบริเวณทางด้านทิศใต้ของตัวอาคาร ซึ่งมีต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณชั้นล่าง ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นสู่ชั้นบน เนื่องจากชิ้นส่วนของจักรยาน เช่น ล้อยาง และเบาะ นั้นเป็นวัสดุติดไฟง่าย จึงได้รีบหาถังน้ำไปตักสาดเพื่อพยายามที่จะดับไฟ แต่เปลวเพลิงได้ลุกลามขยายวงกว้างมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้

เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงจนเกินกว่าที่จะทำการควบคุมได้ง่าย

ก่อนที่จะรีบวิ่งออกมายังที่ป้อมยามด้านหน้าทางเข้า เพื่อใช้โทรศัพท์โทรติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังรถดับเพลิงของทางโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงที่สุดเพียงประมาณ 800 เมตร เพื่อที่จะได้มาช่วยเหลือดับเพลิงได้อย่างทันท่วงที แต่หลังจากโทรศัพท์ติดต่อไปแล้วกลับได้รับการปฏิเสธว่า ยังต้องรอการอนุมัติก่อนรถดับเพลิงจึงจะออกไปให้การช่วยเหลือได้

จากนั้นตนจึงได้โทรศัพท์เข้าไปยังหมายเลขสายด่วนทุกเบอร์ ทั้ง 1669, 191 และ 199 จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงได้มีรถน้ำดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ พากันทยอยเข้ามาให้การช่วยเหลือ แต่เปลวเพลิงนั้นกลับลุกลามรุนแรงมากเกินกว่าที่จะควบคุมได้แล้ว และโหมไหม้ไปทั่วทั้งตัวอาคารของโกดังจึงไม่สามารถที่จะทำการควบคุมให้สงบลงได้ง่าย นายนัทธ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบถึงสาเหตุหรือต้นเหตุของเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าในครั้งนี้ ซึ่งจะได้ทำการแจ้งไปยังทาง จนท.พิสูจน์หลักฐาน ให้เข้ามาทำการตรวจสอบดูในที่เกิดเหตุตรงจุดที่มีพยานพบเห็นว่ามีการเกิดประกายไฟเป็นครั้งแรก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากมีเพียง รปภ.สองคน พ่อ-ลูก นอนเฝ้าอยู่ในที่เกิดเหตุเพียงสองคนเท่านั้น พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ กล่าว

มีรถดับเพลิงจำนวนมา่ก จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พยายามเข้าช่วยเหลือควบคุมเพลิงที่กำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังของโรงงานจักรยานในครั้งนี้ มีกระแสลมพัดในบริเวณโดยรอบค่อนข้างแรง โดยมีรถน้ำดับเพลิงทั้งจากในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และชลบุรี จำนวนมากถึงกว่า 40 คัน ต่างพากันเดินทางมาร่วมหมุนเวียนช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงอยู่เป็นเวลานานถึงกว่า 3 ชม.เพลิงจึงเริ่มสงบลงในเวลาประมาณ 03.30 น. ซึ่งหลังเพลิงสงบลงแล้วพบว่าตัวอาคารและทรัพย์สินได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายไปหมดแล้วทั้งหลัง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่