ช่องเขาตะโก-ตะกิ่ว !! พร้อมรับคนเดินทางกลับบ้านผ่านสระแก้วสู่ภาคอีสาน

ช่องเขาตะโก-ตะกิ่ว !! พร้อมรับคนเดินทางกลับบ้านผ่านสระแก้วสู่ภาคอีสาน

สระแก้ว – เตรียมความพร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน บริเวณช่องตะโก-ช่องตะกิ่ว อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อรองรับผู้ใช้รถใช้ถนน เดินทางกลับภูมิลำเนาสู่ภาคอีสาน ผู้ว่าฯ ย้ำผู้ใช้เส้นทาง ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร ปฏิบัติตามมาตรการ “4 ห้าม 2 ต้อง” คือ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามดื่มแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ และต้องสวมหมวกกันน็อก ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.60 นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสระแก้ว ทหาร ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ขนส่งจังหวัดสระแก้ว และแขวงทางหลวงสระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการปฏิบัติงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน  บริเวณช่องตะโก-ช่องตะกิ่ว อำเภอตาพระยา โดยเส้นทางดังกล่าวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 คาดว่า จะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออกเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 348 อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อเชื่อมไปยัง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งบริเวณช่องตะโก เป็นทางลาดชัน และแคบ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาว ดังนั้น ทางจังหวัดสระแก้ว จึงเตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยการจราจรในเส้นทางช่องตะโก และเปิดใช้ช่องตะกิ่ว ในช่วงเทศกาลปีใหม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ให้ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร และปฏิบัติตามมาตรการ “4 ห้าม 2 ต้อง” คือ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามดื่มแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ และต้องสวมหมวกกันน็อก ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 และเพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย ขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข และไม่ควรดื่มสุรา ขับรถด้วยความไม่ประมาท และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ทางด้าน นายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ในฐานะเลขานุการศูนย์ฯ กล่าวว่า เบื้องต้นสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ได้ประสานไปยังทหาร ตำรวจ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสารักษาดินแดน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมกำลังคน วัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อเผชิญเหตุ กู้ชีพกู้ภัย ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัยทางถนน การเตรียมความพร้อมในการเดินทาง ซึ่งหากประชาชนประสบเหตุให้โทรแจ้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่