ส่อทุจริต!ปุ๋ยโครงการ 9101 กองเน่าเหม็น พบค่าแรงผี

ส่อทุจริต!ปุ๋ยโครงการ 9101 กองเน่าเหม็น พบค่าแรงผี

ชาวบ้านธรรมวงศ์ น้ำตาอาบแก้ม วอนราชการตรวจสอบ ชี้แจ้งให้หายสงสัย หลัง ปุ๋ยโบกาชิ 9101 กว่า 2,000 กระสอบ กองไร้ค่า ส่งทุจริตทั้งคุณภาพ และ ค่าแรงผี  วันที่ 25 ธันวาคม ที่ศูนย์แสดงสินค้าโอท็อปประจำตำบลห้วยมุ่น ตั้งอยู่ที่บ้านธรรมวงศ์ หมู่ 6 ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งถูกปรับให้เป็นโรงเรือนเก็บปุ๋ยโบกาชิ ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน ให้การสนับสนุนโดย คสช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงบประมาณและกรมส่งเสริมการเกษตร ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อชี้ให้เห็นสภาพปุ๋ยโบกาชิ จำนวนมากบรรจุในกระสอบและกองทับถม ทั้งในอาคาร และ โรงเรือน ปกคลุมด้วยหญ้า หลังคาโรงเรือนชำรุด ไม่ทนแดดทนฝน บางกระสอบแตก มีกลิ่นเน่า มีเชื้อรา และยังพบมอดกัดกิน

ที่แทบไม่นาเชื่อคือ ชาวบ้านชี้ดูถึงลักษณะปุ๋ยโบกาชิดังกล่าว เป็นเพียงแกลบหยาบสีดำ บรรจุในกระสอบ หลังผลิตเสร็จ บรรจุกระสอบละ 25 กิโลกรัม กว่า 2,000 กระสอบ หรือ เพื่อให้ชาวบ้านได้นำไปใช้บำรุงดินและพืช ในราคาถูก 20 บาท/กระสอบ แต่ไม่มีใครกล้าซื้อไม่ใช้ เชื่อว่าปุ๋ยดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน ไม่ตรงสูตรที่กำหนดไว้ ที่สำคัญยังพบส่งกลิ่นเหม็นด้านการบริหารงบประมาณ มีบัญชีผี ในการเบิกจ่ายค่าแรงนางประจบ นิดแสวง หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านธรรมวงศ์ เล่าพร้อมร่ำไห้ น้ำตาอาบแก้ม ว่า รัฐบาลสนับสนุนโครงการดีๆ มาให้ประชาชน เพื่อความอยู่ดีกินดี ลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะโครงการ 9101 ฯ แต่ที่หมู่ 6 บ้านธรรมวงศ์ กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีการประชาคมใดๆ ผู้นำอ้างว่าเป็นโครงการเร่งด่วน จำเป็นต้องรีบจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ถึงขั้นตอนทำด้วยแรงงานชาวบ้าน เพื่อให้มีรายได้กระจายสู่ชุมชน ยังพบว่าไม่ตรงตามสูตรที่กำหนด เช่น รำละเอียด กลายเป็นแกลบบด มูลสัตว์ กลายเป็นแกลบเก่าสีดำ จุลินทรีย์ กากน้ำตาลสัดส่วนปริมาณไม่ตรงที่กำหนด แม้จะทักทวงและสอบถาม ผู้นำมักบอกว่า “ทำๆไป”

โครงการฯดังกล่าวแล้วเสร็จเดือน สิงหาคม 2560 หรือมา 4 เดือน ปุ๋ยโบกาชิ บรรจุในกระสอบกว่า 2000 กระสอบ นำมากองไว้ที่อาคารศูนย์สินค้าโอท็อปของหมู่บ้าน แบบไร้ค่า นานวันเริ่มเน่ามีกลิ่นเหม็น ชาวบ้านก็ไม่ซื้อไปใช้ เพราะไม่ตรงหลักทำปุ๋ยที่กำหนด กลัวพืชผักจะเสียหาย ซื้อปุ๋ยโบกาชิของบ้านธรรมวงศ์ก็ไม่ต่างจากซื้อแกลบหยาบมาใส่ดินนางประจบ กล่าวว่า ไม่เพียงแต่เท่านั้นหลังมีการเบิกจ่ายค่าแรงงานให้กับชาวบ้าน วันละ 305 บาท ระยะเวลา 31 วัน ซึ่งจะจ่ายตามที่ทำจริงของแต่ละคน เช่น ตนทำ 28 วัน ได้ 8,540 บาท แต่ที่แปลกใจเมื่อทราบว่า มีบัญชีผีเกิดขึ้น พบรายชื่อคนแอบแฝง ทั้งๆที่ไม่เคยมาทำงาน บางคนอยู่ต่างจังหวัด บางรายเป็นเด็ก แต่เบิกจ่ายค่าแรงครบ 31 วัน ชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน ทั้ง คสช. ปปช. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ เรื่องกลับเงียบหาย ยิ่งไปกว่านั้นชีวิตตนและครอบครัวเริ่มไม่ปลอดภัยเมื่อมีการข่มขู่ คุกคามจากผู้มีอิทธิพล ให้หยุดดำเนินการตรวจสอบนางประจบ ร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ กล่าวคำว่า สาธุๆๆ ขอให้เจ้านาย ระดับประเทศ และจังหวัด เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน ให้มีการชี้แจ้งขอเท็จจริง ให้ชาวบ้านหายสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการ 9101 ฯทำปุ๋ยโบกาชิ งบประมาณ 2.5 ล้านบาท ของหมู่บ้านธรรมวงศ์แห่งนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุตรดิตถ์ กดอ่านที่นี่