‘เด็กว.ฉ.’ตื่นเต้นประตูดิจิตอล ชวนผปค.โหลดแอพฯติดตาม

‘เด็กว.ฉ.’ตื่นเต้นประตูดิจิตอล ชวนผปค.โหลดแอพฯติดตาม

นักเรียนวฉ.ตื่นเต้น Digital Gateระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกโรงเรียนแห่งแรกในจ.สงขลา ผอ.อุดม เผยใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการศึกษา สอดรับนโยบาย 4.0 ขณะที่รองผอ.เผยลงทุนร่วมล้าน เชิญผู้ปกครองโหลดแอพฯติดตาม

 นายอุดม ชูลีวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวรนารีเฉลิม(ว.ฉ.) อ.เมือง จ.สงขลา เผยว่า ในจังหวัดสงขลาโรงเรียนวรนารีเฉลิม เป็นแห่งแรกที่ใช้ระบบDIGITAL GATE ประตูดิจิตอล บันทึกเวลาการเข้า-ออกโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองสามารถรับรู้ข้อมูลได้ทันทีว่า นักเรียนคนไหนมาเรียน หรือไม่มาเรียน ทั้งสะดวกรวดเร็วในการบันทึก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะระบบเดิมใช้วิธีการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งใช้งานมาหลายปีแล้วเริ่มเสื่อมสภาพ และบวกกับนักเรยี นจำนวน3,000 คน ต้องใช้เวลานานในการต่อคิวบ้างครั้ง ท?ำให้ระบบมีการขัดข้องระบบ Digital Gate เป็นลักษณะการทำงานแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card)หรือใช้บัตรที่เรียกว่า AFID (Radio Frequency Identification) เป็นวิธีการเก็บข้อมูลหรือระบุข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยทำงานผ่านการรับสัญญาณคลื่นความถี่ระยะไกลได้ ถ้านักเรียนเดินผ่านพร้อมกับแขวนบัตรประจำตัว ก็สามารถอ่านค่าในบัตร และมีกล้องจับภาพระหว่างที่เดินผ่านประตู ก็บันทึกโดยอัตโนมัติ ระบบจะส่งข้อมูลเข้าไปในแอพพลิเคชั่น DSchool เข้าสู่มือถือ สามารถดูข้อมูลได้ทันที

“ยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี ทางโรงเรียนเน้นพัฒนาด้านเทคโนโลยี โดยนำร่องเทคโนโลยี 4.0 และให้นักเรียนรู้จักคิดและต่อยอด รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อน” ผอ.อุดม กล่าว

 นายทวีพล ผลบุญ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวถึงแนวความคิดของระบบ DIGITAL GATE ซึ่งมาจากการนโยบายของ ผอ.อุดม ที่พัฒนาการศึกษานำระบบทันสมัยมาใช้ว่า สอดคล้องกับ Thailand 4.0 โดยวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้การทดลองใช้ระบบวันแรก ปรากฏว่า ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ 80-90% ทางโรงเรียนจึงออกหนังสือประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบ และขอความร่วมมือให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของโรงเรียน สำหรับดูข้อมูลบันทึกเวลาเข้า-ออกของนักเรียนและข้อมูลต่างๆ อาทิ พฤติกรรม สุขภาพโดยจะสะดวกกับผู้ปกครองที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถช่วยสื่อสารให้ผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง โดยใช้งบประมาณเกือบ 1ล้านบาท

หลังจากนี้ จะมีการต่อยอดแอพพลิเคชั่นให้มีเมนูเพิ่มมากขึ้น อาทิ การเข้าห้องเรียน ห้องสมุด โรงอาหาร โดยหลักๆมุ่งเน้นความปลอดภัยของนักเรียน เป็นการสอดส่อง ดูแล หากผู้ปกครองเกิดความกังวลว่าลูกของตนจะมาถึงโรงเรียนหรือเปล่า ก็สามารถชี้ชัดได้ และจะมีการประชุมผู้ครองถึงความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของการใช้ระบบนี้

“เราปฏิเสธเทคโนโลยีและโลกโซเชียลไม่ได้ เพราะทุกคนทั่วโลกเข้าไปร่วมโดยอัตโนมัติ จึงต้องทำให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด การรับรู้ข้อมูลข่าวสารความรู้ต่างๆ ในอนาคตจะพัฒนาไปเรือ่ ย ๆ โดยจะเน้นความปลอดภัย และสวัสดิการนักเรียนเป็นหลัก” นายทวีพล กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสงขลา กดอ่านที่นี่