ระวังด้วย “พายุไคตั๊ก”มา /ขึ้นฝั่งภาคใต้ตอนบน

ระวังด้วย “พายุไคตั๊ก”มา /ขึ้นฝั่งภาคใต้ตอนบน

กรมอุตุฯได้ออกประกาศเตือนมาแล้ว และแจ้งไปยังจังหวัดที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุไคตั๊ก ที่จ่อจะขึ้นภาคใต้บางจังหวัด แม้จะอ่อนกำลังลง แต่ก็จะยังมีผลให้ฝนตกในพื้นที่สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ช่วง 21-24 ธันวาคมนี้ และจะมีคลื่นลมแรงในทะเล คลื่นอาจจะสูง 2-4 เมตร

ซึ่งคลื่นสูง 2-4 เมตร ปรากฏให้เห็นแล้ว ได้ซัดชายฝั่ง และข้ามถนนสาย อ.ปากพนังไป อ.หัวไทร ของจังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างความเสียหายให้กับชายฝั่งเป็นระยะทางยาวร่วม 1 กิโลเมตร และยังสร้างความเสียหายชายหาดตั้งแต่หัวหิน ไปจนถึงบางสะพานอีกด้วย

ฝนเพิ่งตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงต้นธันวาคม เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งใน 10 จังหวัดภาคใต้ ทั้งสุราษฏร์ธานี นครศรีฯ พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล ตรัง และชุมพร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เดิม ที่เคยเจอน้ำท่วมใหญ่เมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา

ชาวใต้ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่ถึงสองครั้งในรอบปี 2560 ซึ่งในทางวิชาการยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่ปรากฏการณ์ล่าสุด ปริมาณฝนมากจริงๆ บางวันมีปริมาณฝนสะสมบนเทือกเขาหลวง นครศรีธรรมราช มากถึง 500 มม. จึงทำให้น้ำหลากเข้าท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านคลองท่าดี ประกอบกับในตัวเมืองทก็มีฝนตกด้วยเข่นกัน และน้ำได้ไหลหลากลงไปท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งชะอวด เฉลิมพระเกียรติ์ เชียรใหญ่ หัวไทร ปากพนัง ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำก่อนจะดันออกสู่ทะเล

แต่ที่หนักมากๆ คือ อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา ที่อ่างเก็บน้ำแตก และทะลักลงมาอย่างรวดเร็ว ซัดเอาบ้านเรือนของชาวบ้านใน อ.นบพิตำ เสียหายไปกว่า 20 หลัง

น้ำท่วมใหญ่คราวนี้กินพื้นที่ 10 จังหวัด และยังไม่อาจประเมินค่าความเสียหายได้ว่าจะเท่าไหร่ และยังมีความเสียหายด้านจิตใจของชาวบ้านอีกที่ไม่อาจประเมิน หรือตีค่าเป็นเงินทองได้

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ /อุทกภัยคราวนี้ ที่เกิดซ้ำ หน่วยงานที่เกีายวข้อง ทั้งจังหวัด กรมชลประทาน กรมทรัยากรธรรมชาติฯ ผังเมือง รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ควรจะได้มานั่งถอดบทเรียนกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อหามาตรการปัองกัน และแก้ไขต่ไปในอยาคต ไม่ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และบอกว่าธรรมชาติเราจะไปทำอะไรมันไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหลายอย่างเกิดขึ้นจากน้ำมือของมุนษย์

ถ้าเราได้ถอดบทเรียน และเรียนรู้ ก็น่าจะดีกว่านั่งรอรับชะตากรรมจากธรรมชาติ